เวลาของชีวิตกับการศึกษา และปัญหาการทำวิทยานิพนธ์

024_รับทำวิจัย_รับทำวิทยานิพนธ์_รับทำดุษฎีนิพนธ์_รับทำspss_รับทำสารนิพนธ์_ราคาถูก

รับทำวิจัย


เวลากับการศึกษาในชีวิต

เวลาในชีวิตที่จะใช้กับการศึกษาในสถานศึกษานั้นเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ และระยะเวลาในการศึกษาจนกว่าจะจบการศึกษา เพื่อออกไปประกอบอาชีพของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน แต่โดยเฉลี่ยแล้ว เด็กในประเทศไทยจะนิยมที่จะเรียนถึงระดับปริญญาตรี ซึ่งเป็นการใช้เวลาถึง  22 ปี โดยประมาณ ซึ่งนับว่าเป็นเวลาที่ยาวนานพอสมควร เนื่องจากเด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาตามที่ประเทสตนเองกำหนด โดยประเทศไทยนั้นมีการตั้งกฎหมาย หรือกฎเกณฑ์ว่า เด็กที่เกิดขึ้นในมาประเทศไทยจะต้องมีระดับการศึกษาขั้นต่ำ คือ มัธยมการศึกษาปีที่ 3 (ม.3) เป็นกฎหมายที่คุ้มครองเด็กให้ได้รับความรู้พื้นฐานที่ควรจะได้รับ เพื่อให้สามารถดำรงชีพ หรือมีงานอมีอาชีพ ในการเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวได้ในอนาคต ถ้าบิดามารดาหรือผู้ปกครองคนใดไม่ส่งลูกค้า หลายให้จบได้ตามที่กฎหมายที่กระทรวงกำหนด บิดามารดาหรือผู้ปกครองอาจจะมีโทษปรับ ตั้งแต่หนึ่งพันบาท หรือไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท โดยรัฐบาลจะสนับสนุนให้เด็กที่มีสัญชาติไทย ได้เรียนหนังสือฟรี เป็นเวลา 12 ปี  โดยจะได้รับการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3

ด้วยเหตุที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้เด็กที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้เรียนถึงระดับมัธยมการศึกษาปีที่ 3 จึงทำให้พ่อแม่ที่พอจะมีต้นทุนหรือมีเงินที่จะส่งให้ลูกเรียนได้สูง ๆ ก็มักที่จะส่งให้ลูกหรือเด็กที่อยู่ในการปกครองของตนเองได้เรียนสูง ๆ เพื่อที่จะได้มีความรู้ ความเชียวชาญมากกว่าเด็กทั่วไป ซึ่งการที่มีระดับการศึกษาที่สูงกว่านั้น ทำให้เกิดความได้เปรียบกว่าเด็กที่เรียนเพียงแค่มัธยมที่ 3 ในการประกอบอาชีพ ในแต่ละสถานประกอบการหรือบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ปัจจุบันจึงทำให้เด็กในประเทศไทยมีอัตราการจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีจำนวนมาก ทำให้ ณ ตอนนี้หรืออนาคต เด็กที่จบปริญญาตรี จะมีอัตราการตกงานที่มากขึ้น

ด้วยอัตราการตกงานที่มากขึ้นของนักศึกษาหรือเด็กที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีนั้น ทำให้เด็กที่พอจะมีทุนในการที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไปอีก ต้องการที่จะศึกษาต่อให้ตนเองมีวุฒิการศึกษาที่สูง ๆ เพื่อจะได้เป็นต้องการของตลาดแรงงานหรือที่เป็นต้องการของหน่วยงาน บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ที่ตนต้องการจะทำ และอีกเหตุผลหนึ่งที่นักศึกษาที่มีต้นทุนที่จะศึกษาต่อนั้น ต้องการจะศึกษาในระดับที่สูงขึ้น ก็คือ ต้องการาบฯเงินเดือนที่สูงขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพและสร้างครอบครัว 

การจัดการเวลาในการศึกษา

เมื่อนักศึกษาและบุคคลวัยทำงานหลาย ๆ คนต้องการที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ก็ย่อมทำให้บุคคลที่ต้องการจะศึกษาต่อมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นด้วย เนื่องจากจะต้องเสียค่าเทอมให้กับทางสถานศึกษาหรือมหาวิทยาลัยที่ตนต้องการจะเข้าไปศึกษา เพื่อที่จะได้เข้าไปศึกษาเรียนรู้ ฝึกประสบการณ์ในสาขาวิชาที่ตนต้องการจะมีความรู้ เมื่อนักศึกษามีความรู้และความสามารถได้ตามมาตรฐานของหลักสูตรในสาขาวิชานั้น ๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดแล้ว ทางสถานศึกษาหรือมหาวิทยาลัยก็จะออกบัตรรับรองความรู้ความสามรถให้กับผู้ที่ผ่านการศึกษาตามหลักสูตร หรือเรียกง่าย ๆ ว่าใบปริญญาในระดับต่าง ๆ แล้วแต่ว่านักศึกษาหรือบุคคลนั้น ๆ กำลังศึกษาอยู่ในระดับการศึกษาใด ทางสถานศึกษาหรือมหาวิทยาลัยก็จะออกใบปริญญาหรือเรียกอีกอย่างว่าวุฒิการศึกษาให้กับนักศึกษาที่ผ่านหลักสูตรของทางมหาวิทยาลัยไปได้เท่านั้น

แต่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นนั้น อาจจะต้องมีการจัดการและแบ่งเวลาให้เป็นระบบ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดความบกพร่องในหน้าที่ความรับผิดชอบในหลายด้านของชีวิต ไม่ว่าเป็นหน้าที่ลูก หน้าที่แฟน หน้าที่สามี หน้าที่ภรรยา หน้าที่พ่อ หน้าที่แม่ หน้าที่การเป็นหัวหน้า หรือหน้าที่การเป็นพนักงานที่ดีก็ตาม บุคคลก็มีความต้องการที่จะเรียนต่อควรพิจารณาให้รอบคอบว่าคุณสามารถที่จะแบ่งเวลาเพื่อไม่ให้เกิดข้อบกพร่องกับหลาย ๆ หน้าที่ที่คุณต้องปฏิบัติในชีวิตของคุณ ถ้าคุณพิจารณาแล้วหรือตกลงกับคนรอบข้างของคุณแล้วว่าคุณอาจมีเวลาให้น้อยลง เพื่อที่จะต้องไปศึกษาเล่าเรียนเพื่อให้ได้วุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น เพื่อเงินเดือนหรือรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น ที่อาจจะส่งผลให้คุณและคนในครอบครัวหรือคนรอบข้างของคุณมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คุณก็ควรที่จะศึกษาต่อ เพื่อให้คนพวกนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนั้น หมายถึง ความสุขที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนเหล่านั้นด้วย 

ปัญหาจากการทำวิทยานิพนธ์ที่ส่งผลกระทบต่อเวลาของชีวิต

เมื่อคุณพิจารณาแล้ว พบว่า คุณต้องศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เพื่อตนเอง ครอบครัว หรือคนรอบข้างที่จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีความสุขมากยิ่งขึ้น คุณก็ควรที่จะศึกษาต่อ แต่คุณก็อย่าลืมที่จะแบ่งเวลาในดี เพื่อให้เกิดปัญหาขึ้นภายหลัง จากที่คุณตัดสินใจเลือกที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ตัวอย่างเช่น พ่อแม่ต้องไปกู้หนียืมสินจากผู้อื่นมา เพื่อให้คุณได้มีวุฒิการศึกษาที่สูง ๆ โดยที่ก็ไม่รู้ว่าลูกจะจบการศึกษาหรือไม่ และจบการศึกษาแล้วจะออกมามีงานทำหรือาชีพที่คุ้มค่ากับการเป็นหนีผู้อื่นหรือไม่ ปัญหาเหล่านี้ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น เมื่อคุณเลือกที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นในสาขาวิชาใด วิชาหนึ่งแล้ว คุณก็ควรที่จะรู้ว่า คุณเข้าไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เพื่ออะไร เหตุผลใด เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ หรือความเชี่ยวชาญ เพราะถ้ามีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ หรือมีความเชี่ยวชาญที่เพิ่มมากขึ้นแล้วคุณจะได้อะไร เช่น ได้รับเงินเดือนที่เพิ่มมากขึ้น ได้เลื่อนตำแหน่ง หรือ สามารถที่จะลาออกจากการเป็นพนักงานมาเป็นมามีกิจการเป็นของตนเองได้

นอกจากนี้ เมื่อคุณพิจารณาและประเมินเหตุผลที่คุณควรจะได้รับจากการศึกษาต่อแล้วว่าคุ้มค่ามากพอที่จะจะเอาเวลาหรือเงินไปลงทุนกับการศึกษาต่อนั้น คุณก็ควรที่จะศึกษาต่อในระดับที่ที่คุณต้องการ แต่สิ่งสำคัญที่คุณจะระวังอีกเรื่องก็คือ การจักการกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ ซึ่งถ้ามีแก้ไขปัญหาที่ไม่ดีพอ คุณอาจจะต้องใช้เวลาในการศึกษาในระดับการศึกษานั้นเพิ่มขึ้น โดยหลักสูตรอาจจะกำหนดให้ศึกษา 4 ปี แต่คุณไม่สามารถที่แบ่งเวลามาเอาใจใส่ทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ให้เสร็จได้ตามกำหนด คุณก็จะต้องต่อศึกษาเพิ่มปีไปอีกหนึ่งปี เพื่อจัดส่งงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ที่เสร็จสมบูรณ์ มีเนื้อหาที่ครบถ้วน และถูกต้องตามกฎ ระเบียบในการทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัย

ปัญหาในการทำงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับนักศึกษาที่เป็นบุคคลวัยทำงาน แต่ถ้านักศึกษาที่เป็นบุคคลวัยทำงานมีการแก้ไขปัญหาที่ดี และไม่มีปัญหาเรื่องรายได้ ก็ควรที่จ้างทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์กับทางบริษัทที่รับทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ที่มีความรู้ ความชำนาญ และเชียวชาญเกี่ยวกับการวิทยานิพนธ์ ก็อาจจะทำให้นักศึกษาที่จ้างจบการศึกษาได้ตามกำหนด และยังช่วยลดระยะเวลาในการศึกษาให้สั้นลงได้อีกด้วย