ปัจจัยหลัก 3 ข้อ ในการทำดุษฎีนิพนธ์ ที่คุณควรรู้!

หลายครั้งที่ผู้เรียนในระดับปริญญาเอกนั้น ติดอยู่มีปัญหาดุษฎีนิพนธ์ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เกิดจากข้อผิดพลาดในการทำงานวิจัย ที่เป็นปัจจัยหลักสำคัญที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่ผู้เรียน หรือผู้วิจัยส่วนใหญ่ที่ต้องทำงานวิจัยดุษฎีนิพนธ์จะมีปัญหาที่คล้ายคลึงกัน 

บทความนี้ทางเรานำเสนอ ปัจจัยหลัก 3 ข้อ ในการทำดุษฎีนิพนธ์ ที่คุณควรรู้! แนวทางการแก้ไขปัญหาให้ท่าน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่ท่านควรจะรู้ก่อนลงมือทำงานดุษฎีนิพนธ์ ดังนี้

1. ต้องสอดคล้องกับสาขาวิชาที่เรียน

สิ่งที่ท่านต้องคำนึงเป็นอันดับแรกในการทำดุษฎีนิพนธ์ที่ดี คือ การศึกษาค้นคว้าให้สอดคล้องกับสาขาที่ผู้จัยทำการศึกษา

หลายครั้งสิ่งที่ผู้วิจัยทำการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับสาขาที่เรียน เนื่องจากว่าเป็นความถนัดโดยส่วนตัวของผู้วิจัยเอง จากการได้รับคำแนะนำ ข้อเสนอแนะจากอาจารย์ที่ปรึกษา โดยที่ผู้วิจัยไม่ได้ทำการกำหนดประเด็นปัญหาที่ต้องการทำวิจัยไว้ก่อน ทำให้ได้รับคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะในการทำงานดุษฎีนิพนธ์ที่ไม่สอดคล้องกับสาขาวิชาที่เรียน

หรือบางกรณีที่อาจารย์ที่ปรึกษาได้ให้คำแนะนำ แต่ผู้วิจัยไม่สามารถตีโจทย์คำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาได้อย่างตรงประเด็น

ส่งผลทำให้เกิดปัญหาต่อการสอบป้องกันงานดุษฎีนิพนธ์ โดนอาจารย์หรือคณะกรรมการที่ทำการประเมินตีงานวิจัยของท่านกลับ เนื่องจากงานวิจัยที่ทำการศึกษานั้นไม่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่เรียน โดยจะต้องทำการให้เปลี่ยนหัวข้อเรื่องใหม่ ส่งผลให้งานดุษฎีนิพนธ์ที่ทำการศึกษามาต้องทำใหม่ทั้งหมด

เพราะการกำหนดประเด็นปัญหา หรือกำหนดหัวข้อวิจัยที่ไม่สอดคล้องกับสาขาวิชาที่เรียน จะเป็นข้อผิดพลาดด้วยเรื่องเล็กน้อย แต่อาจจะส่งผลให้ท่านต้องเสียเวลาลงทะเบียนเรียนใหม่ หรือส่งผลให้เสียเวลาหรือทุนทรัพย์เพื่อเริ่มดำเนินการใหม่ตั้งแต่ต้น 

การทำงานวิจัยระดับปริญญาเอก หรืองานดุษฎีนิพนธ์ส่วนมากอาจารย์ที่ปรึกษาคอยให้ข้อเสนอแนะ และให้ผู้วิจัยได้ใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลดำเนินการวิจัยด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้วิจัยได้วางแผนกระบวนการทำงานจากภูมิความรู้ทางด้านวิชาการที่เกิดจากการพัฒนาด้วยตนเอง

ดังนั้นก่อนที่จะนำเสนอหัวข้อวิจัยงานดุษฎีนิพนธ์ต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิจัย ผู้วิจัยควรจะทำการกำหนดแนวทางหรือประเด็นปัญหาที่ต้องการทำวิจัยเพื่อขอคำปรึกษา รวมถึงศึกษาจากผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องก่อนว่ามีงานวิจัยนั้นได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับอะไร

สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยได้หรือไม่ มีเนื้อหาขอบเขตงานวิจัยที่สอดคล้องกับหัวข้อวิจัยที่จะทำการศึกษาหรือไม่ และที่สำคัญจะต้องการมีความสอดคล้องกับสาขาวิชาที่เรียนได้อย่างตรงประเด็นเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดในการที่จะกำหนดนอกเหนือประเด็นจากสาขาวิชาที่เรียนอยู่

 2. ต้องมีบริบทที่นำไปใช้ได้ในระดับประเทศ

การกำหนดหัวข้อวิจัย หรือดุษฎีนิพนธ์ที่กำลังศึกษาอยู่นั้น ควรจะต้องมีขอบเขตด้านเนื้อหาที่สามารถนำไปใช้ได้ในระดับจังหวัด หรือระดับประเทศได้ เนื่องจากงานวิจัยดุษฎีนิพนธ์เป็นงานวิจัยระดับปริญญาเอก จำเป็นที่จะต้องมีเนื้อหางานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ได้ทั่วทุกพื้นที่ เช่น นำไปได้ทั่วทุกจังหวัด หรือเป็นงานวิจัยที่มีขอบเขตการศึกษาระดับประเทศที่อยู่ในอุตสาหกรรมระดับประเทศ 

เพื่อที่จะนำผลการวิจัยที่ได้ทำการศึกษานั้นขยายผลไปประยุกต์ใช้ เพื่อแก้ปัญหาให้กับจังหวัดอื่นๆ หรืออุตสาหกรรมอื่นๆ หรือให้ประโยชน์ต่อองค์กรธุรกิจต่างๆ โดยจะต้องมีเนื้อหาเป็นภาพรวมที่ใหญ่ระดับประเทศที่สะท้อนถึงภูมิความรู้ของการศึกษาระดับปริญญาเอกได้อย่างชัดเจน และมีประสิทธิภาพ  

เช่น การใช้งานวิจัยรูปแบบของการวิจัยเชิงปริมาณและรูปแบบของการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเป็นการศึกษาวิจัยเชิงผสม เพื่อสะท้อนถึงสมรรถนะของผู้วิจัย ซึ่งท่านเรียนระดับปริญญาเอกอีกทั้งจะสะท้อนภูมิความรู้ของสถาบันที่ส่งเสริมให้ท่านเรียนระดับปริญญาเอก

ดังนั้นหากต้องการทำงานวิจัย งานดุษฎีนิพนธ์ให้สำเร็จลุล่วงตลอดรอดฝั่ง จำเป็นที่จะต้องทำการศึกษาหัวข้อที่เป็นภาพรวมและมีบริบทขอบเขตเนื้อหาที่สามารถนำไปใช้ได้ในทั่วทุกพื้นที่ หรือในระดับประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ท่านต้องตระหนักถึงก่อนกำหนดหัวข้อวิจัยงานดุษฎีนิพนธ์ทุกครั้ง

3. ต้องมีการสะท้อนความคิดริเริ่มทางวิชาการในสาขาวิชาที่เรียน

การสะท้อนความคิด หมายถึง หัวข้อประเด็นดุษฎีนิพนธ์ที่จะทำการศึกษานั้นสะท้อนถึง ขอบเขตด้านเนื้อหา เทคนิคทางวิชาการ ของสาขาวิชาที่เรียนได้อย่างชัดเจน

ซึ่งจำเป็นที่จะต้องนำภูมิความรู้ทางวิชาการของสาขาวิชา เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานดุษฎีนิพนธ์ให้มีประสิทธิภาพ โดยสะท้อนภูมิความรู้ตั้งแต่การเรียนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท นำมาใช้ในการแตกยอดต่อยอดในระดับปริญญาเอก

เพราะการทำงานงิจัยดุษฎีนิพนธ์ นั้นจะต้องสะท้อนถึงความรู้ที่สามารถนำมาต่อยอด และพัฒนาต่อไปได้ในทุกระดับ 

ฉะนััน ปัจจัยหลัก 3 ข้อ ที่ได้นำเสนอไปข้างต้นนั้น เป็นปัจจัยที่ทางเราเชื่อว่าผู้เรียน หรือผู้วิจัยในระดับปริญญาเอกหลายท่านนั้น จะต้องเจอกับปัญหา 1 ใน 3 ข้อนี้ สามารถนำไปปรับใช้เป็นแนวทางป้องกันความผิดพลาดก่อนการลงมือทำงานดุษฎีนิพนธ์ เพื่อให้สามารถดำเนินการศึกษางานวิจัยต่อได้จนสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสมบูรณ์แบบมากที่สุด